ดอกโบตั๋น

(1/2) > >>

hmazon:





ดอกไม้สำหรับผู้ที่เกิด วันที่ 24 – 30 เมษายนนั้น ดอกไม้สำหรับผู้ที่เกิดเดือนนี้คือดอกโบตั๋น (Peony) “ราชาแห่งดอกไม้”

     โบตั๋น เป็นไม้ดอกสกุล Paeonia ซึ่งเป็นสกุลเดียว ในวงศ์Paeoniaceae เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชีย, ตอนใต้ของยุโรป และตะวันตกของอเมริกาเหนือ
ในอดีต โบตั๋นมักถูกจัดอยู่ในวงศ์ Ranunculaceae

     พืชสกุลโบตั๋นส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุกหลายปี สูงประมาณ 0.5 – 1.5 เมตร บางชนิดเป็นพุ่ม ลำต้นมีเนื้อไม้ สูง 1.5 - 3 เมตร ลักษณะของใบเป็นใบประกอบ
มีแฉกลึก ดอกใหญ่ และมักมีกลิ่นหอม มีหลายสี ตั้งแต่ แดง บานเย็น เหลือง จนถึงขาว มักออกดอกในช่วงต้นฤดูร้อน

     คำว่า "โบตั๋น" ในภาษาไทย น่าจะมาจากคำเรียกชื่อดอกไม้นี้ในภาษาจีนว่า "หมู่ตาน" (牡丹, pinyin: mǔ dān) ซึ่งเป็นโบตั๋นพันธุ์หนึ่ง
ในภาษาอังกฤษเรียกว่า "peony" โดยมีตำนานเล่าว่า ตั้งตามชื่อของไพอัน (Paean) ศิษย์คนหนึ่งของเอสเคลปิอัส เทพเจ้าแห่งการแพทย์ของกรีกโบราณ
ต่อมาเอสเคลปิอัสอิจฉาลูกศิษย์ของตน เทพเซอุสช่วยไพอันให้พ้นภัยโดยสาปให้กลายร่างเป็นดอกโบตั๋น

     ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานศิลปะมายาวนาน และหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติของจีน โดยถือเป็นดอกไม้แห่งเกียรติยศและความร่ำรวย
กับนิยมใช้ในเชิงสัญลักษณ์ในศิลปะจีนอีกด้วย เมื่อ ค.ศ.1903 ราชวงศ์ชิงประกาศให้โบตั๋นเป็นดอกไม้ประจำชาติ ปัจจุบันนี้ไต้หวันใช้ดอกเหมยเป็นดอกไม้ประจำชาติ
ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้ใช้เป็นดอกไม้ประจำชาติตามกฎหมายอีกแล้ว และต่อมาเมื่อปี 1994 มีการเสนอให้ใช้ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ประจำชาติอีก
โดยการทำประชามติ แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่ง ค.ศ. 2003 มีการเสนอดังกล่าวอีกครึ่งหนึ่ง และยังไม่มีการเลือกใช้ดอกโบตั๋นอีกเช่นกัน

      เมืองลั่วหยาง เมืองหลวงเก่าที่มีชื่อเสียงของจีน มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการปลูกดอกโบตั๋นที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์จีน
มักจะยกย่องโบตั๋นจากลั่วหยางว่างดงามที่สุดในแผ่นดิน ปัจจุบันยังมีการจัดนิทรรศการและการแสดงดอกโบตั๋นในเมืองนี้ปีละนับสิบๆ ครั้ง

     ในประเทศญี่ปุ่น ดอกโบตั๋นชนิด Paeonia lactiflora เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ebisugusuri (แปลว่า "ยาจากต่างแดน")
ตามตำรับยาของญี่ปุ่น ถือว่ารากโบตั๋นใช้รักษาอาการชักได้ นอกจากนี้ยังปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ โบตั๋นชนิด Paeonia suffruticosa
ในญี่ปุ่น ถือว่าเป็น "ราชาแห่งดอกไม้" และชนิด Paeonia lactiflora ถือว่า เป็น นายกรัฐมนตรีแห่งดอกไม้"

     ภาษาญี่ปุ่นเรียกโบตั๋นว่า โบตัน (牡丹) ก่อนสมัยเมย์จิ เนื้อจากสัตว์สี่เท้าไม่นิยมบริโภคมากนัก เนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา
เมื่อเอ่ยถึงเนื้อสัตว์จึงเลี่ยงมาใช้ชื่อดอกไม้แทน คำว่า โบตัน ถูกใช้เรียกเนื้อหมูป่า มาตั้งแต่ครั้งนั้นจนปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพราะเนื้อหมูป่าเมื่อแล่เป็นชิ้นบางๆ
จะคล้ายกับดอกโบตั๋นนั่นเอง ในทำนองเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นใช้ดอกซากุระแทนคำเรียกเนื้อม้า

     ในรัฐอินเดียนา ของสหรัฐอเมริกา ใช้ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ประจำรัญมาตั้งแต่ ค.ศ. 1957 โดยใช้แทนดอก Zinnia
ที่เคยใช้เป็นดอกไม้ประจำรัฐมาตั้งแต่ ค.ศ.1931 โบตั๋นนิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ เพราะมีดอกสวยงามและใหญ่มาก ทั้งยังมีกลิ่นหอมด้วย

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

     ดอกไม้ซึ่งมีความยั่วยวนอย่างเปิดเผยชนิดนี้  เป็นดอกไม้ที่เก่าแก่ที่สุด และสามารถหาซื้อได้ ทั่วไปในช่วงปลายเดือนนี้ ดอกโบตั๋นส่วนใหญ่
จะมีกลิ่นหอมสดชื่น ช่อดอกโบตั๋นจะสร้างความ  ตื่นเต้นให้กับผู้รับ

     แต่ดอกโบตั๋นเพียงดอกเดียว  ก็โดดเด่นพอที่จะสร้างความปลาบปลื้มให้กับ  เจ้าของวันเกิดได้ไม่น้อย  ไอเดียแปลกของการ จัดโบตั๋นคือ
หาถ้วยแก้วขนาดย่อมใส่นำค่อนครึ่งแล้วลอยดอกโบตั๋นลงไป หรือจะพลิกแพลงโดยการทำเป็นช่อเล็กๆ ติดที่อกเสื้อก็ได้ 

     ดอกโบตั๋นจะบาน นานกว่าสัปดาห์หากตัดตอนเพิ่งเริ่มบาน  ถ้าเจ้าของวันเกิดรักการทำสวน ต้นโบตั๋นจะเป็นของขวัญที่ถูกใจและประทับใจกว่า 
โบตั๋นจะออกดอกเป็นครั้งแรกเมื่อมีอายุ 2 - 3 ปี

     เทศกาลฉลองตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ของจีนยังอวลกลิ่นอายอยู่ และต้อนรับความสุขในชีวิตในปีศักราชใหม่ที่มาเยือนกับปีหมูทองไปแล้ว

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

     หากเอ่ยถึงดอกไม้ที่มีความหมายพิเศษสำหรับชาวจีน ต้องยกให้ ดอกโบตั๋น หรือ หมู่ตาน (Peony)
โดยนับแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวจีนส่วนใหญ่ถือว่าดอกโบตั๋นยังมีประวัติอันยาว นานและมีความเกี่ยวข้องประวัติศาสตร์จีนอีกด้วย

     ในปัจจุบันนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วเมืองจีน มีหลากสี มากมายหลายสายพันธุ์ มีทั้งกลีบชั้นเดียว กลีบซ้อนหลายชั้น
และกลีบที่ซ้อนแบบพิเศษจะงดงามสุดๆ ซึ่งดูเดิร์นและดูเลดี้มากๆ เห็นทีไรขนแขนสแตนด์อัพทุกที

     สีที่โดดเด่นโดนตามากที่สุดก็คือสีแดงเวลเวต และสีชมพูช็อกกิ้ง นับเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคลและนำมาซึ่งโชคลาภ

     โบตั๋นยังเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น แอบบานในยามดึก บานเร็ว และกลีบอันบอบบางจะร่วงโรยเร็วเช่นกัน ราคาก็ไม่ได้ถูกนัก
ได้ยินแล้วอาจจะต้องซู้ดปาก แต่ขอบอกว่าช่างสมเหตุสมผลยิ่ง

     ในปัจจุบัน ทุกปีในช่วงเดือนเมษาฯ ที่เมืองลั่วหยาง มลฑลเหอหนาน จะมีการจัดเทศกาลดอกโบตั๋นที่คึกคัก อลังการ และมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก

     ใครที่ต้องการเซอร์ไพรส์กับคนพิเศษในช่วงไชนีสนิวเยียร์นี้ ขอบอกว่าดอกโบตั๋นเข้าตากรรมการ
จะหาสักช่อหรือดอกเดี่ยวสักดอกก็โดดเด่นจนสร้างความปลาบปลื้ม ปักใจให้แก่ผู้รับ

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

     ดอกโบตั๋นยังเป็นดอกไม้ประจำชาติจีนแผ่นดินใหญ่ People's Republic of China = ดอกโบตั๋น
(เดิมจีนใช้ดอกทานตะวัน และเปลี่ยนมาเป็นดอก Peonyในปี 1994 เพียงแต่ยังไม่ถือว่าเป็นดอกไม้ของทางการเท่านั้นเอง)

     ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้ที่ขึ้นบนเถือกเขาเฉพาะเขตอากาศเย็นของประเทศจีน มีรูปร่างหน้าตากว่า 300 สายพันธุ์เลยค่ะ
แต่ลักษณะร่วมคล้ายกันคือดอกใหญ่ๆ บานๆ สีสดๆ นี่แหล่ะ จะให้จำกัดได้ติดตาก็คงจาก "ตำนานรักดอกเหมย" เมืองไทยนี่แหล่ะค่า
เพียงแต่ดอกเหมย (ความจริงแล้วคือดอกบ๊วย) ของเขาเนี่ย ท่าทางจะตีความไปคนละโยชน์เลย

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ


ดอกโบตั๋นมีความหมายเป็นตัวแทนของความมั่งมีศรีสุข ความร่ำรวย ความโชคดี และที่สำคัญคือเป็นตัวแทนของความยุติธรรมอันสูงส่ง

เครดิต : คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ดูลิงก์นี้
Register or Loginhttp://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=667475&chapter=17#ixzz1MIfNYX6t


hmazon:
ภาพวาดสีน้ำ
บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

hmazon:

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

hmazon:

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

hmazon:

บุคคลทั่วไปไม่สามารถดูรูปได้ กรุณา ลงทะเบียน หรือ เข้าสู่ระบบ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป