กินเป็น ลืมป่วย - อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา

(1/4) > >>

hmazon:





หลักการพึ่งตนเองขั้นพื้นฐาน  เป็นการดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ให้เจ็บป่วย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานทีทุกคนควรกระทำ เพื่อไม่ต้องรอเวลาที่จะเจ็บป่วย แล้วโยนภาระไปให้หมออย่างเดียว...

ความสำคัญของอาหารมื้อเช้า
การไม่กินอาหารเช้า  เป็นเหตุพื้นฐานที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่เรามองข้ามไป  คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เคยปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
อาหารมื้อเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุด ที่ร่างกายต้องการ  สารอาหารในช่วงเวลา 07-00 - 09-00 น.  ระหว่างเวลานี้ สมองและใบหน้าของคนเราต้องการเลือดและออกซิเจน  เป็นอาหารบำรุงส่งไปเลี้ยงสมอง  ถ้าไม่กินข้าวเช้า ก็จะไม่มีเลือดมารับออกซิเจน ส่งขึ้นไปเลี้ยงสมอง  เพราะสมองต้องการกรดอะมิโนไปบำรุงเซลล์สมอง  รวมถึงวิตามิน บี1, บี6 และ  บี 12  มื้อเช้าถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ก็ควรกินสูตรโยเกิต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว และกล้วย 1 ลูก

เลือดเลี้ยงสมอง
สาเหตุที่ไปเลี้ยงสมองได้น้อย
- กระดูกคอข้าที่1 เคลื่อนไปเบี้ยดทับเส้นประสาท หรือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
- กินอาหารที่ผัดน้ำมันบ่อยเป็นเวลานาน แล้วเกิดไขมันเกาะตัวเหนียว สะสมในลำไส้ ก็มีโอกาสที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย เพราะระบบดูดซึมเสีย และถุงน้ำดีข้น
- มีพยาธลำไส้ พยาธิผิวหนัง
- การไม่กินอาหารเช้า ก็เป็นสาเหตุให้เลือดไม่เลี้ยงสมอง
เลือดไปเลี้ยสมองไม่พอ หรือเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย จะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้  เช่น  ผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย นอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ฝันบ่อย ปวดไหล่ ตื่นกลางดึกบ่อยๆ ปวดหัวข้างเดียว ปวดหู ปวดกระบอกตา เป็นไซนัส เหงือกบวม เจ็บคอ เจ็บลิ้น ปวดชายโครง ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดสะโพก ข้อเท้า หลังเท้า วิตกกังวล

http://www.fhqhosting.com/ui/01%20%A8%D8%B4%CD%E8%CD%B9%A2%CD%A7%A9%D1%B9%CD%C2%D8%E8%B7%D5%E8%CB%D1%C7%E3%A8.swf

hmazon:
สมองเสื่อม

สาเหตุอาจเกิดจากเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง เพราะกินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำติดต่อกันหลายปี  น้ำมันจะเกาะผนังลำไส้ ทำให้ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปเลี้ยงสมองไม่ได้

วิธีดูแลสมอง  เช่น
1. ขับถ่ายระหว่างเวลา  05.00 - 07.00 น.
2. กินอาหารเช้าระหว่าง 07.00-09.00 น. เพื่อให้เลือดรับสารอาหารไปเลี้ยงสมอง และกินโยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ระหว่างเวลา 13.00 - 15.00 น.  เพื่อเปลี่ยนขยะในลำไส้เล็กให้เป็น บี 12 แล้วส่งไปบำรุงสมอง
3. ล้างระบบดูดซึมด้วยสูตรมะละกอดิบต้มน้ำชงชา
4. ใช้กระเจี๊ยบแดงแห้งหรือสด ต้มกับพุทราจีน ได้ดื่มน้ำ เพื่อล้างหลอดเลือด เป็นประจำ
5. กินน้ำกระชาย แล้วกินน้ำใบบัวบกตาม จะส่งบำรุงสมองได้โดยตรง และผลไม้ชื่อ ลูกไข่เน่า  เป็นผลไม้ที่บำรุงสมองได้ดีมาก หรือคึ่นฉ่าย เม็ดบัว ลูกแปะก๊วย
6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

   ก่อนที่จะกินอาหารอะไรเข้าไปบำรุง  ให้นึกถึงว่าลำไส้เราได้ล้างบ้างหรือยัง  ถ้ายังไม่เคยล้าง  ควรใช้สูตรมะละกอดิบต้มน้ำ ชงชาล้างลำไส้เป็นประจำ

(เด๋วมีต่อ)

hmazon:
อาหารผัดน้ำมัน
     ในน้ำมันที่ประกอบอาหาร  ถ้ามีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์มอยู่ด้วย ไม่ควรนำมาเข้าร่างกาย  เพราะน้ำมันปาล์มน่าจะสกัดไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างอื่น  ถ้าจะบอกว่าน้ำมันปาล์มไม่มีคลอเรสเตอรอล  ถ้าอย่างนั้น น้ำมันเบนซินก็ไม่มีคลอเรสเตอรอล  น้ำมันดีเซลก็ไม่มีคลอเรสเตอรอลเหมือนกัน
ดูจากก้นกระทะและรอบๆ เตาแก๊ส  หรือท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน จะมีคราบเหนียวของน้ำมันเกาะอยู่ เราก็ล้างมันออกได้  แล้วถ้ากินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ น้ำมันที่เข้าไปโดนอุณหภูมิของร่างกายที่ 37 องศาตลอดเวลา น้ำมันจะเหนียวเป็นกาวยึดเกาะที่ผนังลำไส้เป็นเวลานานเข้าก็จะหนาตัวขึ้น  ไปขวางระบบดูดซึม  ระบบดูดซึมของร่างกายจะเสียแล้วเราจะส่งอะไรเข้าไปล้างมันได้

ระบบดูดซึมเสีย
     เมื่อระบบดูดซึมเสีย ลำไส้จะดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปสร้างเม็ดเลือดไม่ได้ กินยา หรือวิตามินก็ไม่ดูดซึม เพราะผ่านชั้นไขมันที่ผนังลำไส้ไปไม่ได้ หรือผ่านไปได้น้อย ต่างกับการให้น้ำเกลือโดยการฉีดเข้าเส้นเลือด โดยไม่ต้องผ่านระบบดูดซึม แต่ใครจะให้น้ำเกลือได้ทุกวันคงไม่มี
เมื่อระบบดูดซึมไม่ได้ พวกสารอาหาร และโปรตีน จะถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ไตก็ต้องทำงานหนัก และอ่อนล้าเป็นธรรมดา ผลที่ตามมา คือ ความเจ็บป่วย การเกิดโรคต่างๆ
     ทุกคนที่เคยกินอาหารผัดน้ำมัน หรือของที่ทอดน้ำมันบ่อย ๆ หรือทุกวัน  ควรจะต้องล้างลำไส้ เพื่อให้ระบบดูดซึมทำงานได้ดีขึ้น
     การไม่ล้างลำไส้ ก็เปรียบเสมือนการกินข้าว  แล้วไม่ล้างจาน  มื้อต่อไปก็ใช้จานใบเก่า ใส่ข้าวกินใหม่

สูตรล้างระบบดูดซึม
1.  มะละกอดิบต้มน้ำชงชา (ชามะละกอ)
วิธีทำ
     ใช้มะละกอดิบปอกเปลือกมาหั่นแบบชิ้นฟัก ใส่หม้อเติมน้ำต้มให้เดือด แล้วยกลงเอาเฉพาะน้ำมาชงชา  ใช้ชาจีน หรือชาเขียว หรือชาใบหม่อน ก็ได้
ควรแช่ชาไม่เกิน 5 นาที  แล้วกรองชาออก  สูตรนี้จะช่วยล้างไขมันที่เกาะลำไส้ได้ดี  ควรทำดื่นเป็นประจำทุกวัน  เพราะเรากินอาหารผัดน้ำมันมาหลายปี
 

hmazon:
2.  โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว
วิธีทำ
     นมสด 1 กล่อง เทใส่แก้ว เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ครึ่งถ้วยของโยเกิร์ต  เติมน้ำผึ้ง และมะนาว ชิมรสชาติตามใจชอบ  แล้วตั้งทิ้งไว้สักพักหนึ่ง  เพื่อให้จุลินทรีย์ขยายตัวแล้วกินความหวานของน้ำผึ้ง  และช่วยย่อยไขมันของนมก่อน  แล้วจึงค่อยดื่ม  จะช่วยล้างลำไส้เล็กได้ดี  ถ้าดื่มเวลา  13.00 - 15.00  น.  จะได้ผลดีมาก  เพราะตรงเวลาของลำไส้เล็ก
(สูตรนี้คนนิยมใช้กันมาก เพราะหาง่าย วิธีการไม่ยุ่งยาก)

3.  รากหญ้าคา เก๋ากี๊ เก๊กฮวย ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ตะไคร้หอม  ต้มรวมกันแล้วกินแต่น้ำ เป็นสูตรล้างลำไส้ดีที่สุด
4.  บอระเพ็ด  ยาว 1 เกียก  เติมน้ำ 2 แก้ว  แล้วต้มดื่มกิน ก็ช่วยล้างลำไส้ได้ (ขมมั่กๆๆๆๆๆ  ขอบอก)

hmazon:
โรคไต (เดี๋ยวนี้คนฮิตเป็นกันมาก ทำมัยชอบเป็นกันเนาะ)

     เกิดจากระบบดูดซึมไม่ดี ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแล้วมันเข้าตัวไม่ได้  จะถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง  ทำให้ไตทำงานหนักมากกว่าปกติ
-  ลำไส้เล็กต้องดูดซึมกลุ่มสารอาหาร  ที่จะไปสร้างกรดอะมิโน เพื่อไปสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย  เช่น  เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท เซลล์กระดูก  ได้แก่        
    โปรดตีน  วิตามินซี  บี1  บี3  บี6
-  ลำไส้ใหญ่ต้องดูดซึมกลุ่มสารอาหาร  ที่จะไปสร้างเม็ดเลือด  เพื่อไปสร้างภูมิคุ้มกัน  ได้แก่ วิตามินเอ  ซี  อี
-  ถ้าลำไส้เล็กดูดซึมไม่หมด  ก็จะส่งไปให้ไต

ไต   มีหน้าที่กรองเลือดว่าเม็ดไหนหมดอายุแล้ว  ก็กรองออกไป  เม็ดเลือดที่ยังไม่หมดอายุ  ก็ส่งคืนกลับไป  อื่น ๆ อีกมาก
ไตทำงานหนักโดยไม่จำเป็น คือ
1.  กินอาหารรสจัด
2.  กินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ
3.  กินเนื้อสัตว์  แล้วไม่มีวิตามินซี  บี1  บี3  บี6 (ซึ่งหาได้จากน้ำกระชาย)  มาช่วยเปลี่ยนโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโน ถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย
4.  เกิดจากความกลัว ขี้ตกใจ ชอบข่มขู่คนอื่น  ถ้าเป็นอย่างนี้  ร่างกายจะผลิตไขมันขึ้นมาเอง  ให้เป็นไขมันฝ่ายร้าย  ถ้าอารมณ์ดี  ไม่เครียด  มีจิตเมตตา ก็จะเป็นไขมันฝ่ายดี
(ถ้าดูแลปอดดี  ไตก็จะแข็งแรง  เมื่อไตแข็งแรง  กระดูกก็จะแข็งแรงด้วย)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป